1.connectable = yes คืออะไร? และทำไมต้องทำให้เป็น yes?
ในการใช้งานเครือข่ายบิททอแรนท์นั้น ผู้ใช้งานจำเป็นต้องติดต่อกับ tracker (server) และ เครื่องผู้ใช้งานอื่น เพื่อรับ-ส่งไฟล์ระหว่างกันและกัน แต่การเชื่อมต่อนั้น ๆ จะทำได้ดีหรือไม่ เราสามารถดูได้จาก ค่า "สถานะการเชื่อมต่อ"
ซึ่งค่าสถานะการเชื่อมต่อนี้ หากเราตั้งค่าให้การเชื่อมต่อจากเครื่องอื่นสามารถติดต่อกับเครื่องเราได้ สะดวกหรือมีประสิทธิภาพ ก็จะได้รับสถานะการเชื่อมต่อว่า "เชื่อมต่อได้ (หรือ connectable = yes)" แต่ถ้าในระหว่างกระบวนการเชื่อมต่อติดปัญหาใด ๆ เช่นติด Firewall ติด Router (ไม่รู้จะไปเครื่องไหนดี) ฯลฯ ก็จะทำให้สถานะของคุณเป็น "ไม่เชื่อมต่อ (connect=no)"
2. แล้วทำอย่างไร ให้ connect = yes?
ผมจะทำเป็นลำดับขั้นตอนให้คุณดูตามไปเรื่อย ๆ นะครับ ไปดูกันเลย...
ขั้นแรกที่สำคัญที่สุด... คุณใช้เน็ทของอะไร?
A. เน็ทบ้านคุณเอง แบบ ADSL
B. เน็ทบ้านคุณเอง แบบดาวเทียม
C. เน็ทบริษัท / โรงเรียน / มหาวิทยาลัย / หอพัก หรือสถานที่อื่นที่เป็นเน็ทแชร์จากส่วนกลาง
D. เน็ทผ่านระบบ GPRS/EDGE
A หากคุณใช้เน็ทบ้านแบบ ADSL
สิ่งที่คุณต้องเตรียม...
- IP (ภายใน) เครื่องของคุณ (วิธีการดู IP เครื่องของคุณ คลิกที่นี่)
- ยี่ห้อและรุ่นของ Router หรือ Modem เช่น D-Link DSL-500T (D-Link คือยี่ห้อ, DSL-500T คือรุ่น) ดูได้ฉลากที่เครื่องของคุณ หรือ บนกล่อง ฯลฯ
B หากคุณใช้เน็ตบ้านแบบดาวเทียม
สามารถทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากจะมีการตรวจสอบ Bandwidth การใช้งาน อาจจะทำให้มีปัญหาภายหลังได้ (หรือเปล่า?)
C เน็ทบริษัท / โรงเรียน / มหาวิทยาลัย / หอพัก หรือสถานที่อื่นที่เป็นเน็ทแชร์จากส่วนกลาง
ให้คุณตอบคำถามต่อไปนี้....
1) สำหรับกรณีนี้ คุณเป็นผู้ดูแลระบบ หรือมีสิทธิ์ในการแก้ไขค่าของ router ส่วนกลางที่ใช้ต่อเน็ทได้หรือไม่?
- ใช่, ฉันคือผู้ดูแลระบบ (ใช้วิธีเดียวกันกับแบบ A)
- ไม่ใช่, ฉันเป็นเพียงผู้ใช้งานธรรมดาเท่านั้น (เสียใจด้วย... คุณไม่สามารถทำให้ connect=yes เองได้ ) หากต้องการทำให้ connect=yes จริง ๆ ให้อ่าน ข้อ 3 ด้านล่างสุด
2) ระบบการแชร์ internet ในองค์กรของคุณ เป็นแบบใด?
- แบบอยู่ในเครือข่ายภายในเดียวกันกับ router คือทุกเครื่องต่อตรงไปยัง router (ใช้วิธีเดียวกันกับแบบ A)
- แบบใช้ server เป็น Firewall/Proxy Server ควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตในองค์กร คิดว่าสาารถทำ NAT ไปยังเครื่องที่ต้องการได้ แต่คุณจะต้องเป็น Admin + ทำเป็น... หากต้องการทำให้ connect=yes จริง ๆ ให้อ่านข้อ 3 ด้านล่างสุด
D หากคุณใช้เน็ตผ่านระบบ GPRS/EDGE
ปกติใช้โหลดหน้าเว็บมาคุยเฉย ๆ ก็ลำบากแล้ว
New! ถ้าต้องการใช้โปรแกรมช่วยทำให้ Connect=yes อาจเลือกใช้ โปรแกรมนี้ (พร้อมวิธีใช้) ได้ router รุ่นที่รองรับ
ขั้นที่ 2. ปิด Firewall หรือ กำหนดกฏ (Policy) ให้อนุญาตสำหรับโปรแกรมบิทของคุณ
1) ไปที่ Start-->Control Panel-->Windows Firewall
2) เลือก off เพื่อปิดการใช้งาน firewall
3) หากต้องการใช้งาน firewall สามารถเลือก on ได้ แล้วไปตั้งกฎยกเว้นสำหรับโปรแกรมที่ท่านใช้โหลดบิท ในแท็บ exception แทนได้
4) กด OK
1) พิมพ์ firewall ตรง start menu --> เลือก Windows Firewall จะพบหน้าต่างนี้
(อันซ้ายคือเปิดอยู่ / ขวาปิดอยู่)
2) ถ้าเครื่องคุณเปิดอยู่ แล้วต้องการปิดให้กด "Turn Windows Firewall on or off" ด้านซ้ายมือ
3) แล้วเลือก "Turn On" หรือ "Turn Off" (ที่วงไว้)
***ในรูปจะมี Private Network (ข้างบน) กับ Public Network (ข้างล่าง) ขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้ง Network ที่ออกเน็ตของคุณเป็นแบบไหน ก็ติ๊กตรงนั้น
4) กด Ok ๆ ออกมาก็เสร็จแล้วครับ
5) แต่ถ้าต้องการเปิด Firewall แล้วอนุญาต port ที่ต้องการ อาจจะยากและยาวกว่าสักนิด แต่ก็ทำได้ ตรงรูปข้อ 1) ให้เลือก Advance Setting ด้านซ้ายแทน จะขึ้นมาเป็น
-เลือกเพิ่มกฎ Inbound และ Outbound (ทำทีละอัน) เช่น กดที่ "Inbound" ด้านซ้ายมือ แล้วเลือก "New Rule"
- ใส่ port ที่ต้องการแทนเลข 80 นะ
- เสร็จแล้วก็ทำอีกกฎต่อ
***หากในเครื่องของคุณติดตั้งโปรแกรมที่มี Firewall อยู่ด้วย เช่น โปรแกรมป้องกันความปลอดภัยที่ลงท้ายว่า... Internet Security หรือ Total Security ต่าง ๆ (เช่น Norton Internet Security, Kaspersky Internet Security, ฯลฯ) หรือ โปรแกรมที่เป็น Firewall เช่น Zone Alarm ฯลฯ ให้หาคำสั่ง firewall ของโปรแกรมนั้น ๆ และกำหนดกฏให้อนุญาตโปรแกรม หรือ port ที่ใช้งาน (ดูในวิธีใช้ของโปรแกรมนั้น ๆ)
ขั้นที่ 3. กำหนด Port ที่ใช้งานให้เป็นแบบตายตัว
- ตัวอย่างการกำหนด port ให้กับโปรแกรม uTorrent
- ตัวอย่างโปรแกรม BitComet Version: 1.13.6.22
- คุณสามารถเลือกเลข port เป็นเลขอะไรตามที่คุณต้องการก็ได้ แต่ควรเป็นหลักหมื่นขึ้นไป เพื่อไม่ให้ชนกับ port ที่บางโปรแกรมใช้ และไม่เกิน 65535